ไม่ต้องเขียนอะไรมาก ดูเลยก็แล้วกัน
ภาพความวุ่นวายในสนามกับการจัดการแบบไทยๆ
ผมเคยเดินทางโดยเครื่องบินกลับจากกลาสโกล มาที่ลอนดอน ไฟล์นั้นตลอดการเิดินทางไม่มีอะไร มามีอะไร ตอนที่ผมเดินมารอรับกระเป๋าที่ Baggage Claim กลุ่มชายฉกรรจ์ประมาณสิบคน ร้องเพลงเชียร์บอล โวยวาย จับกลุ่มเดินออกมาจาก gate..........
ทุกคนเมากลิ่นเมาหึ่ง และใส่เสื้อบอลของทีมหนึ่ง ซึ่งผมไม่ค่อยรู้จัก แต่ละคนตะโกนร้องเพลงอยู่ตลอดเวลา แม้กระทั่งตอนที่รอกระเป๋ากันอยู่ จริงๆตอนนั้นผมมีกล้ิองถ่ายรูปอยู่กับมือ แต่ด้วยความสูงของผมที่พอดิบพอดีกับหัวไหล่ฝรั่งพวกนั้น ทำให้ผมคิดว่า ดูด้วยตาเฉยๆดีกว่า เค้าก็ร้องเพลงกันไป พอได้กระเป๋าก็ออกไปกัน ไม่มีใครสนใจ ทุกคนรอบตัวผมก็เฉยๆ คือมันเป็นเรื่องปรกติของบ้านเค้า ที่มันเป็นแบบนี้
แล้วความจริงอีกอย่างนึงที่คนไทย ส่วนใหญ่ไม่รู้ก็คือว่า แฟนบอลอังกฤษส่วนใหญ่จะเป็นคนระดับกลางถึงล่าง (แต่ถ้ามาอยู่บ้านเราเนี่ย นับว่ารายได้คนพวกนี้อยู่ในระดับบน) เวลาไปดูบอลก็จะเมากันไปทั้งนั้น ทำให้ดูเหมือนว่า พร้อมจะมีเรื่องกันได้ตลอดเวลา แต่ก็ไม่่ค่อยมี เพราะ....
การจัดการ ในสนามห้ามพกอาวุธ ขวดแก้วห้าม เครื่องดื่ม ต้องเป็นเฉพาะที่มีขายในสนามเท่านั้น รปภ. เยอะ และยืนอยู่ในจุดเสี่ยงทุกจุด ที่สำคัญคือ มาตรการรองรับกับกฏหมายที่ออกแบบมาให้สามารถจัดการทุกอย่างได้อย่างเป็นขั้นเป็นตอน
1 เริ่มมีปัญหา เข้าห้ามปราม
2 ยังไม่หยุด เข้าจับกุม หรือกันตัวปัญหาออกไป
3 ยังไม่ยอมหยุด รปภ ในชุดเขียว ไปยืนเรียงแถว ในทุกจุดเสี่ยงเพื่อขู่ และพร้อมดำเนินการขั้นต่อไป
4 มันยังกร่างอีก แถมเริ่มสร้างความรุนแรงแล้ว หยุดการแข่งขัน ให้คนกลับออกไปอย่างมีระเบียบ แล้วเข้าจับกุม ตัวปัญหา
5 ถ้ายังไม่จบ จะได้เห็นการเข้าตี ด้วยโล่ห์และกระบอง โดย รปภ อีกชุด
ทั้งหมดมีกฏหมายรองรับให้เจ้าหน้าที่สามารถทำงานได้โดยมั่นใจ
ส่วนของไทย เท่าที่ดูในคลิป เืมื่อเหตุการณ์เกิดขึ้นเรียงตามลำดับข้อ 1 - 5 สห. กับตำรวจ ยืนดูคนกระทืบกัน หน้าตาเฉย เพราะไม่รู้ว่าควรจะทำยังไงดี เข้าไปห้าม อาจจะโดนตื้บไปด้วย เข้าจับกุม พวกมันก็ไม่กลัวกุแน่ๆ เพราะกุไม่มีอาวุธ ไปทำร้ายมันเข้าเกิดมันเป็นลูกตำรวจ ทหาร อัยการ หรือนักข่าวเข้า กุจะพลอยซวยไปอีก ยืนดูมันเฉยๆนี่ละวะ
ไม่ใช่ สห. หรือตำรวจขี้ขลาด แต่บ้านเรามันเป็นแบบนี้ ระบบมันเป็นแบบนี้ เป็นคนดีทำมาหากินดีๆ แต่ไม่รู้จักกับคนใหญ่คนโต ไปขัดแข้งขัดขาใครเข้าอาจจะติดคุกฟรี หรือโดนกล่าวหาใส่ร้ายอย่างไม่เป็นธรรมให้ทำธุรกิจต่อไม่ได้ ก็เป็นเรื่องธรรมดาของบ้านเรา
บริษัทคนไทยที่จัดการงานใหญ่ๆได้ดีมีเยอะแยะ ทำไมไม่้จ้างเค้ามา รับรองว่าเค้าจะไม่ล็อคประตูทางออกอย่างนี้แน่ ตอนที่ผมดู "เดี่ยวแปด" จบ ตอนจะเดินจากฮอลล์ไปที่ลานจอดรถ ลงลิฟท์ไม่ได้ บันเลื่อนทุกอันก็ถูกปรับทิศทาง ให้ลงหมด มี พนักงานคอยบอกทาง และส่งผู้ชมกลับบ้าน ยืนอยู่ตั้งแต่หน้าฮอลล์จนออกจาก พารากอน คือ มันประทับใจน่ะ หรืออย่างตอนที่ผมไปดูงานมอเตอร์โชว์ที่โตเกียว คนเยอะมาก แต่ไม่มีปัญหาเลย เพราะการจัดการที่ดี ทั้งขายตั๋วตามสถานีรถไฟใหญ่ๆที่จะมุ่งหน้ามาที่งานหรือ การจัดรถบัสรับส่ง ที่เป็นระบบ และมีเวลาออกแน่นอน คือ มันรู้สึกว่า เค้าคิดล่วงหน้าว่า มันจะเกิดอะไรขึ้น จะแก้ปัญหายังไง ถ้าปัญหาใหญ่กว่าเดิมจะทำยังไง 1 2 3 4....
โอย บ่นมายาวเลย จะตีห้าครึ่งแล้ว ได้เวลาทำงานละ เด๋วมาบ่นใหม่ ก่อนไปก็เอานี้ไปดูเพิ่มเติมละกัน

0 comments:
Post a Comment