ช้าไม่ได้ ตัดสินใจเลยดีกว่า ผมรีบเดินไปถามทางกับตำรวจแบบงูๆปลาๆหมูหมากาไก่ ก็จับใจความได้ว่า ODORI PARK นะมันอยู่ในเมือง และไกลจากที่นี่มาก เดินไปไม่ได้ ต้องนั่งรถบัสเข้าไปเท่านั้น แล้วคิวรถบัสน่ะ ไม่ได้อยู่แถวนี้นะ แต่อยู่หลังเนินหิมะโน่นไปอีก.... ผมมองตามที่เค้าชี้ เห็นคนต่อแถวสั้นๆออกมาจากหลังเนินหิมะ ผมรีบวิ่งไปที่นั้นทันที
แต่พอผมลงเนินหิมะไปเท่านั้น อุ๊ แม่เจ้า มันอะไรกันนี่ !?!
ทำไมคนมันเยอะแยะมากมายขนาดนี้ ไม่รู้จะทำยังไง ผมลองมองหาทางอื่นที่จะเข้าเมืองได้เร็วกว่านี้ แต่ก็ไม่มี งั้นก็ต้องขึ้นรถบัสเหมือนคนอื่นเค้า แล้วมันคันไหนกันละนี่ หลายคันหลายสีเหลือเกินเดินเข้าไปถาม คนญีปุ่นหลายคนใจดีมาก พยายามที่จะอธิบายเราสุดชีวิตว่า คันนี้ไปที่นี่ คันนั้นไปที่โน่น แต่ให้ตายเหอะ ผมไม่เ้ข้าใจที่เค้าพูดเลย สุดท้ายผมก็เลือกที่จะเข้าไปถาม ผู้หญิงสองคนที่ดูท่าทางจะเป็นนักท่องเที่ยวเหมือนผม แต่ไม่รู้ว่า เพราะหน้าตา ที่หาความหล่อไม่ได้ หรือเพราะภาษาระดับเด็กอนุบาล เธอไม่ตอบผม ไม่เป็นไร กุไปถามคนอื่นก็ได้ แต่แล้วผมก็เหลือบไปเห็นแผนที่ในมือเธอ มีคำว่า "SAPPORO SNOW FESTIVAL : ODORI PARK" ตัวเิบ้อเริ่ม ใช่แล้วไปที่เดียวกันแน่ๆ ตามสองคนนี้ไปละ ดีที่สุด แล้วผมก็ยืนต่อคิวขึ้นรถต่อจากสองคนนั้นนั่นล่ะ เธอทำปากมุบมิบมุบมิบ แต่ไม่เป็นไร ผมฟังไม่ออกอยู่แล้ว ขอให้ไปถึง โอโดริไซท์ก่อนค่ำเป็นพอ เรื่องอื่นค่อยว่ากัน
บ่ายสามแล้ว ผมยังอยู่บนรถบัสอยู่เลย เฮ้อ..สงสัยงานนี้จะผิดแผนอย่างแรงซะแล้ว แต่แล้วก็มีอะไรบ้างอย่างเดินผ่านหน้ารถบัสไป
มีการเดินขบวนนั่นเอง คงจะรณรงค์อะไรกันสักอย่างละมั๊ง
มาถึงเอาเกือบจะเย็นแล้ว รีบเดินเที่ยวดีกว่า เริ่มที่การแสดงแรกกันเลย เป็นการตีกลองครับ
ที่เีรียกว่า "Taiko Drum" ดูแล้วก็คล้ายๆกับกลองสะบัดชัยบ้านเรา ดูสนุกไปอีกแบบ และน่าดูมากๆครับ








0 comments:
Post a Comment